สิ่งที่ได้ คือสิ่งที่จะต้องเสียไป หลวงพ่อแบน ธนากโร วัดดอยธรรมเจดีย์

+8 votes
42 views
asked Jun 30, 2014 in ศาสนา by Miscellanous (129,060 points)
edited Jul 4, 2014 by Miscellanous

มีทุกข์ก็มีสุข มีกลางวันก็มีกลางคืน มีเย็นก็มีร้อน มีคู่ทั้งนั้น ตลอดจนมีผู้หญิงก็มีผู้ชาย
มีคู่ทั้งนั้นเรื่องของโลก ถ้ามีได้ก็มีเสีย
จึงว่าสิ่งที่เราได้มาทั้งหมด ต้องเสียไปทั้งนั้น
ในโลกอันนี้ ที่ว่าได้ๆ มันได้แต่ของที่จะต้องเสียไป สิ่งที่ไม่ใช่ของจะเสียไป ก็ไม่ใช่ของที่จะได้มา สิ่งที่ว่าได้ทั้งหมดจึงเป็นของที่ต้องเสียทั้งนั้น
ยกตัวอย่างตั้งแต่ เครื่องนุ่งห่ม ตั้งแต่เราเกิดมาเราได้แล้วเครื่องนุ่งห่มตั้งแต่ยังเด็ก เป็นหนุ่มเป็นสาว จนเดี๋ยวนี้ เราก็ได้แล้ว เราก็ได้มาตลอด เครื่องนุ่งห่มที่เราได้นั้น เดี๋ยวนี้มันไปไหน มันเสียไปหมด พูดถึงสตุ้งสตางค์เงินทอง เราเคยมีด้วยกันทั้งนั้น เราเคยได้ด้วยกันทั้งนั้น
ตั้งแต่รู้จักเงิน รู้จักทอง รู้จักใช้เงินเป็น ได้มามันก็เสียไป ได้มันก็เสีย เพราะเราได้ของเสีย
พูดกันถึงว่าได้ข้าวปลาอาหารมากิน ข้าวปลาอาหารที่เราได้มากินนั้น มันก็ได้ของเสียมา เสียจากที่นั่นมา เสียจากที่นี่มา เสียจากห้วยบ้าง เสียจากหนองบ้าง เสียจากแผ่นดินตรงนั้นตรงนี้
เสียจากต้นไม้ต้นนั้นต้นนี้ เป็นยอดบ้าง เป็นต้นบ้าง เป็นใบบ้าง เสียมาทั้งนั้น เอาของเสียนั้นมาเป็นของได้ เอามาเป็นของเรา ของเสียเขาก็ต้องทรงความจริง คือเป็นของเสียอยู่อย่างนั้นเอง กินประเดี๋ยวประด๋าวก็เสีย กินตั้งแต่เกิดจนกระทั่งจะตายมันก็ยังไม่พอ เพราะกินแต่ของเสียเข้าไป
ผม ขน เล็บ ฟัน หนังก็ดี หนังเป็นอย่างไร หนังของเรานี้มันหลุดลอกอยู่เสมอ แต่เราไม่รู้ตัว ถ้าหากว่าสักเดือนสองเดือนนี่ลองไปถูลองดู มันไม่ใช่ออกแต่ขี้ไคล หนังออกมาด้วย ออกเป็นชิ้นๆทีเดียว จะเอาไปไหน ก็ทิ้ง
มันเรื่องของทิ้งทั้งนั้น ส่วนใดๆที่เราว่าเราได้ ก็คือของเสียนั้นเอง.”

จากพระธรรมเทศนา เรื่อง สิ่งที่ได้ คือสิ่งที่จะต้องเสียไป
หลวงปู่แบน ธนากโร วัดดอยธรรมเจดีย์

.....................................................................

ความเห็น

หลวงพ่อฯท่านสอนให้อยู่กับปัจจุบัน ไม่ประมาท สิ่งต่างๆมิใช่ของเรา เพราะสิ่งของนั้นอยู่ไม่นาน ตัวเราก็อยู่ไม่นาน สิ่งของเราและเราถึงเวลาก็จากกันไปไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง เวลามีต้องใช้เป็นประโยชน์ หมดเวลาต้องยอมรับความจริงและเข้าใจด้วยการเห็นจริงตามเป็นจริงอย่างสงบ คือปล่อยวางได้

กลุ่มธรรม

“สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา”

สังขารธรรม คือ สภาพธรรมที่เกิดขึ้นเพราะปัจจัยปรุงแต่ง เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป 

สังขตธรรม นั้นแปลว่าธรรมะที่มีปัจจัยปรุงแต่ง  มรรคมีองค์ ๘ นี้ เป็นยอดของสังขตธรรม

Please log in or register to answer this question.

5 Answers

+4 votes
answered Jun 30, 2014 by ฤดูที่เปลี่ยนไป (137,100 points)

สัจจะธรรมที่แท้จริง มีแค่ 2 ทางเลือก .. ทุกอย่างเป็นสิ่งสมมุติ .ลืมตาก็เห็น ดับตาก็ว่างเปล่า .. ทุกสิ่งตั้งมา แล้วก็ดับไป ..

การเริ่มต้นจากการมีศีล จนเกิดปัญญา .. จะนำสู่มรรค 8 

จริงดั่งหลวงปู่ว่าทุกประการค่ะ

+4 votes
answered Jun 30, 2014 by Pa-Mok (891,920 points)
ขอบคุณสําหรับข้อคติเตือนใจครับ.
+4 votes
answered Jul 1, 2014 by Cmajer7 (255,630 points)
ขอบพระคุณครับผม..ธรรมะเป็นของจริง..
+3 votes
answered Jul 1, 2014 by โจ๊ก พิเศษ (116,440 points)
ขอบคุณที่นำมาเผยแผ่ครับผม
+3 votes
answered Jul 1, 2014 by CallMe_JK (375,980 points)
ขอบคุณจ้า
ยินดีต้อนรับสู่ AnswerThai.com เว็บไซต์สำหรับ ถาม-ตอบ แบบง่ายๆสำหรับทุกคนที่มีคำถามคาใจครับ
...