ยินดีต้อนรับสู่ AnswerThai.com เว็บไซต์สำหรับ ถาม-ตอบ แบบง่ายๆสำหรับทุกคนที่มีคำถามคาใจครับ

มาตรา 112 คืออะไร? ความรู้เกี่ยวกับมาตรา 112

+5 โหวต
29 ผู้ชม
มาตรา 112 คืออะไร? ความรู้เกี่ยวกับมาตรา 112
 
ในปัจจุบัน ผมเชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเห็นหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับ “มาตรา 112″ ผ่านทางสื่อต่างๆ หรือทางอินเทอร์เน็ต แม้มานาคอมพิวเตอร์จะไม่ใช่เว็บเกี่ยวกับกฎหมาย แต่ผมขอนำเรื่องนี้มาลงไว้เพื่อเป็นความรู้แก่คนทั่วไปนะครับ
 
มาตรา 112 เป็นหนึ่งในข้อกฎหมายในประมวลกฎหมายอาญาครับ โดยมีเนื้อหาของกฎหมายดังนี้ครับ
 
“มาตรา 112 – ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”
 
ซึ่งประเด็นนี้เมื่อคุณได้อ่าน ก็จะพบว่าเป็นประเด็นที่อ่อนไหวต่อสังคมประเทศไทยเป็นอย่างยิ่งครับ ผมจึงอยากให้ทุกท่านได้รู้ข้อกฎหมายนี้ก่อน เพื่อที่จะไม่เผลอกระทำความผิดตามกฎหมายนี้ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามครับ
 
หากท่านต้องการที่จะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายมาตรานี้เพิ่มเติม ผมขอแนะนำบทความด้านล่างนี้ลงไปครับ ซึ่งเขียนเกี่ยวกับแง่มุมในเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวครับ
 
 
เมื่อพิจารณาบทบัญญัติมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าวจะเห็นได้ว่า    โดยเนื้อหาแล้วก็เหมือน กับความผิดฐานหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา กล่าวคือ การจะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์หรือหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาก็ใช้นิยามเดียวกัน คือ “การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามอันน่าจะทำให้ผู้อื่นเสียหาย” จะมีส่วนที่แตกต่างกันเพียงสามประการ  คือ
 
1.  หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์มีโทษหนักกว่าหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา
 
2.  หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ไม่อาจนำเหตุให้กระทำการได้ตามมาตรา 329  และมาตรา 330มาอ้างได้  และ
 
3.  ความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์เป็นความผิดเกี่ยวด้วยความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
 
บุคคลที่มาตรา 112  ประสงค์จะคุ้มครอง คือ พระมหากษัตริย์  พระราชินี  รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์  ในขณะที่ความผิดฐานหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาตามมาตรา 326 นั้น  เป็นความผิดเกี่ยวด้วยเสรีภาพและชื่อเสียง ซึ่งมุ่งคุ้มครองบุคคลธรรมดา
 
กล่าวโดยสรุปปัจจุบันนี้ไม่มีข้อหาทางอาญา ฐาน “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” มีแต่ข้อหา “หมิ่นประมาท  ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์  พระราชินี  รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นความผิดที่อยู่ในบทบัญญัติของลักษณะ 1  ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หมวด 1  ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์  พระราชินี  รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
 
แต่การที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น จะต้องเป็นการกระทำต่อพระมหากษัตริย์  พระราชินี รัชทายาท  หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เท่านั้น ไม่รวมถึงเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ  ทั้งนี้ เนื่องจากตามมาตรา 112  มุ่งคุ้มครองบุคคลผู้เป็นประมุขแห่งรัฐ และผู้เป็นอุปกรณ์ในสถาบันดังกล่าว ได้แก่
 
1.     พระมหากษัตริย์ (The King) หมายถึง องค์ที่ทรงครองราชย์อยู่ขณะที่มีการกระทำความผิด มิใช่พระมหากษัตริย์ที่ทรงสละราชบัลลังก์แล้วหรือพระมหากษัตริย์ในอดีต  มิฉะนั้นก็จะหาขอบเขตอันเป็นองค์ประกอบความผิดมิได้
 
2.     พระราชินี (The Queen) หมายถึง สมเด็จพระมเหสีที่เป็นใหญ่กว่าพระราชชายาทั้งหลาย ซึ่งมีเพียงพระองค์เดียวได้ผ่านการอภิเษกสมรส โดยเป็นพระมเหสีในพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์อยู่ขณะมีการกระทำความผิดไม่ใช่พระราชินีในรัชกาลก่อน แม้ยังทรงพระชนม์อยู่ก็ตาม
 
3.  รัชทายาท (The Crown Prince) บางครั้งเรียกว่า “มกุฎราชกุมาร” หมายถึง พระราชโอรสองค์ใหญ่ของพระมหากษัตริย์ซึ่งทรงครองราชย์อยู่ และจะได้รับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์ต่อไป ตามนัยที่ตราไว้ใน
กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ.2467
 
               4.  ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (The Regent) หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ประมุขแทนพระมหากษัตริย์ เป็นการชั่วคราว ตามนัยแห่งรัฐธรรมนูญ         
องค์ประกอบความผิดในส่วน “การกระทำ”
 
                การกระทำที่เป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญานี้ คือ
 
(1)  หมิ่นประมาท (Defamation) หมิ่นประมาท ตามมาตรา 112 มีความหมายเดียวกับ หมิ่นประมาทบุคคลทั่วไปตามมาตรา 326[1] กล่าวคือ เป็นการใส่ความบุคคลตามมาตรา 112 ต่อบุคคล      ที่สาม (คือ ยืนยันข้อเท็จจริง โดยไม่ว่าจะเท็จ หรือจะจริง ก็เป็นการใส่ความทั้งนั้น) โดยประการที่น่าจะทำให้บุคคลตามมาตรา 112 เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง แม้คำพูดดังกล่าวจะจริงหรือเท็จก็ตาม ถ้าพระมหากษัตริย์เสียหาย  ก็ถือว่าหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์แล้วตามมาตรานี้ได้
 
โดยทั่วไป การหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา ผู้กระทำอาจยกเหตุตามมาตรา 329[2] มาอ้างว่า
ตนกระทำได้ เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสีย  เกี่ยวกับตนตามทำนองคลองธรรม หรือในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำหรือในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมหรือการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม นอกจากนี้ ผู้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทอาจอ้างเหตุยกเว้นโทษได้ตามมาตรา 330[3]  หากพิสูจน์ได้ว่าที่หมิ่นประมาทไปนั้นเป็นความจริง แต่ห้ามพิสูจน์ในกรณีที่ข้อที่เป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความ ในเรื่อส่วนตัวและการพิสูจน์ไปก็ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
 
อย่างไรก็ตามคำพิพากษาฎีกา ที่ 51/2503 ยืนยันว่าเหตุให้หมิ่นประมาทได้ตามมาตรา 329   และเหตุยกเว้นโทษ  ตามมาตรา 330 ไม่นำมาใช้บังคับกรณีพระมหากษัตริย์  เพราะพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะมีสถานะแตกต่างจากบุคคลทั่วไป ซึ่งมาตรา 112 มุ่งคุ้มครองเป็นพิเศษ  ดังนั้น หากใครหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และจะอ้างต่อศาลว่าตนติชมด้วยความเป็นธรรม ศาลก็ไม่รับฟัง ซึ่งในประเด็นดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร.หยุด แสงอุทัย และ ศาสตราจารย์ ประภาศน์ อวยชัย ได้อธิบายว่า ความผิดตามมาตรา 112 นั้น เป็นความผิดที่เคยบัญญัติไว้โดยคำนึงถึงนสถานะทางบุคคลที่ถูกกระทำโดยเฉพาะ ฉะนั้น บทบัญญัติมาตรา 329 และมาตรา 330 – มาตรา 331 ย่อมนำมาใช้กับความผิดตามมาตรา 112 นี้ไม่ได้
 
(2)  ดูหมิ่น (Insult) ได้แก่ การกระทำความผิดตามมาตรา 393[4]  แต่ไม่จำต้องกระทำซึ่งหน้าหรือ   ด้วยการโฆษณา แม้กระทำลับหลังก็เป็นความผิดได้ กล่าวคือ เป็นการสบประมาท ดูถูกเหยียดหยามหรือแสดงกิริยาอาการเหยียดหยาม เช่น ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย หรือ กล่าวต่อบุคคลนั้นด้วยคำสามัญ แต่มีความหมายเป็นการดูหมิ่น, ด่าว่าเป็นสัตว์เดรัจฉาน, ด่าบิดามารดา, ถ่มน้ำลายรด, ยกส้นเท้าให้ เป็นต้น   ถ้าไม่มีการกล่าวต่อบุคคลที่สามย่อมเป็นผิดฐานดูหมิ่น และถ้าเข้าลักษณะการดูหมิ่นแล้ว แม้จะกล่าวดูหมิ่นต่อบุคคลที่สามก็ไม่อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ เพราะการดูหมิ่นไม่ใช่การกล่าวใส่ความตามมาตรา 326(9)
 
(3) แสดงความอาฆาตมาดร้าย (Threaten)  ได้แก่  การแสดงออกด้วยกิริยาหรือวาจา  หรือโดย วิธีการใดๆ ด้วยความพยาบาทมาดร้ายว่า จะทำให้เสียหายในทางใดๆ อันมิใช่เป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยม (หรือสิทธิตามกฎหมาย) ถือว่าเป็นการแสดงความอาฆาตมาดร้ายได้ทั้งสิ้น โดยต้องเป็นการแสดงว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายในอนาคต และไม่จำเป็นต้องได้โกรธแค้นเคืองกันมาก่อน เช่น ขู่ว่าจะปลงพระชนม์  จะทำร้าย หรือจะกระทำให้เกิดภยันตรายต่อสิทธิเสรีภาพ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณก็ตามอันไม่ใช่การใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ว่าจะมีเจตนากระทำตามที่ขู่หรือไม่ โดยขู่ หรือแสดงออก มุ่งต่อพระมหากษัตริย์
พระราชินี  รัชทายาท  หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
 
 
อ่านต่อได้ที่  http://www.manacomputers.com/penal-code-section-112/
ถูกถาม Mar 19, 2015 ใน การศึกษา โดย รักวรพงศ์ ภูเก็ต (77,770 คะแนน)

Please log in or register to answer this question.

6 คำตอบ

+4 โหวต
ขอบคุณในความรู้ที่ให้มาครับ
ถูกตอบแล้ว Mar 20, 2015 โดย ครูแก่ (779,140 คะแนน)
+4 โหวต
ขอบคุณครับ^^
ถูกตอบแล้ว Mar 20, 2015 โดย JNS (510,270 คะแนน)
+4 โหวต
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ น้องแบงค์
ถูกตอบแล้ว Mar 20, 2015 โดย Light (300,040 คะแนน)
+3 โหวต
ปีก่อนมีคดีหมิ่น ร.4
เขาไม่ได้หมิ่นหรอก แต่ศาลลากความไปเอง หน้ามืดจนลืมนึกหลักตีความกฎหมายไปว่า กฎหมายอาญาต้องตีความอย่างแคบ ขยายความเอาเองไม่ได้
ถูกตอบแล้ว Mar 20, 2015 โดย อุ้ยปุ้ย (21,430 คะแนน)
+3 โหวต
น่าสนใจมาก เดี๋ยวนี้ กฎหมายใกล้ตัวมาก
ถูกตอบแล้ว Mar 22, 2015 โดย CallMe_JK (375,940 คะแนน)
+1 โหวต

>  ยังมีคนไทยอีกหลายๆคนที่ไม่เกรงกลัว  กฎหมายมาตรานี้ ( 112 )  โดยเฉพาะพวกที่มีความรู้+มีชื่อเสียง

>  24 คนไทย  ที่หลบหนีคดีมาตรา 112  แอบออกนอกประเทศ  ไปอาศัยอยู่ใต้อุ้งเท้าในต่างประเทศ   พวกเค้าเหล่านั้น  รู้กฎหมายดีพอ.

แต่..กฎหมาย ( ไทย ) แม่มมีช่องโหว่  เยอะมาก.

แถม.. เงินๆๆ แม่มก็งัด กฎหมายพังซะไม่เป็นท่าเลย.

จะให้ มาตราไหนๆ  แม่มก็ไม่มีความหมาย.

>   ป่วยการพูด  เรื่องกฎหมาย  แบบว่า.. สีซอให้ควายฟังยังจะดีกว่าเป็นไหนๆ.

ถูกตอบแล้ว Nov 11 โดย Pa-Mok (887,220 คะแนน)
...