ปฏิจจสมุปบาท อธิบายให้เข้าใจ

+5 votes
52 views
asked Jan 29, 2015 in ศาสนา by อุ้ยปุ้ย (21,430 points)

ปฏิจจสมุปบาท

   เป็นธรรมที่วางทิ้งไปแล้วเพราะท้อใจ ยี่สิบกว่าปีที่อ่านหนังสือมาหลายเล่ม ฟังพระเทศน์เรื่องนี้มาหลายหนหลายรูป แต่ก็ไม่เข้าใจเสียที จุดสำคัญคือสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมันน่าจะลักลั่น


   เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงเกิดสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงเกิดวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดสฬายตนะ


   ถ้าตามความเข้าใจของคนทั่วไป(ที่รู้คำแปล มีพื้นฐาน) นามรูปมันควรมาก่อน มีนามรูปแล้วมีวิญญาณ สฬายตนะ สังขาร แต่ทำไมท่านถึงวางผิดจากที่ควรจะเป็น ตรงนี้ทำให้เข้าใจไม่ได้ หนังสือเล่มไหนจะอธิบายยังไงก็แก้ประเด็นนี้ให้ชัดไม่ได้
   จนสามวันก่อนเปิดนิยายธรรมะฟัง ถึงตอนธรรมข้อนี้ แล้วได้ฟังบาลี อะวิชชาปัจจะยา สังขารา สังขาระปัจจะยา วิญญาณัง วิญญาณะปัจจะยา นามะรูปัง
   ซาโตริขึ้นมาทันที สิ่งที่ทำให้เราติดตื้นไปไหนไม่รอดในธรรมนี้เพราะคำว่า ปัจจะยา มหาท่านแปลว่า จึงเกิด  ทำให้เราเข้าใจว่า มันไม่มีอยู่ก่อน  มันเป็นสัมภเวสี ล่องลอย  ไม่มีตัวตน  พอเราเข้าใจอย่างนี้  พอมาจับกับ อวิชชาเป็นปัจจัยจึงเกิดสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงเกิดวิญญาณ  เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป ก็เลยเอ๋อ  เฮ้ย  นามรูปยังไม่มี  สังขารมีได้ไง  มันจะมีอะไรไล่ไปถึงโสกะ ปริเทวะ  มันต้องนามรูปมาก่อน  เหมือนไม่มีตัวเราอยู่ก่อน  แล้วความดีใจเสียใจในตัวเรามันจะมีได้ยังไง  ในเมื่อตัวเรายังไม่เกิด

   เพราะคิดแบบนี้ จึงทำให้ไม่เข้าใจธรรมข้อนี้มายี่สิบกว่าปี  ซึ่งไม่แปลก  ในศึกประลองปัญญาพุทธ คริสต์ ที่ลังกา เมื่อร้อยกว่าปีก่อน  บาทหลวงก็ยกเรื่องนี้มาถามพระเถระ ด้วยแนวคำถามแบบนี้  พระเถระท่านไม่อธิบาย  อ้างว่าบาดหลวงปัญญาน้อย ฟังไปก็ไม่เข้าใจ

   มันมาซาโตริตรงที่เราฟังคำว่า ปัจจะยา หลายครั้ง ทำให้แวบขึ้นมาว่า ปัจจะยา ไม่ได้แปลว่า ทำให้เกิด แต่แปลง่ายๆคือ เป็นปัจจัยต่อ  แต่แปลแบบนี้ก็ยังเป็นบาลีอยู่ดี  แปลให้เป็นไทยคือ  ส่งผลต่อ  กระทบต่อ  เมื่อสิ่งหนึ่งเคลื่อน  อีกสิ่งหนึ่งก็เคลื่อนตาม  แต่ไม่ใช่ทำให้เกิดแน่ๆ

   อวิชชาเป็นปัจจัยจึงเกิดสังขาร  เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงเกิดวิญญาณ  จึงไม่ใช่อวิชชาทำให้เราเกิดจากท้องแม่  แต่ที่ท่านว่ามาทั้งหมด

   เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงเกิดสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงเกิดวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา เพราะเวทนาเป็นปัจจัยจึงเกิดตัณหา เพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงเกิดอุปาทาน เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยจึงเกิดภพ

   ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในใจเรา ในขณะนี้นี่แหละ  ไม่ใช่กายเกิด  แต่กายมันมาเกิดตรง  เพราะภพเป็นปัจจัยจึงเกิดชาติ เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงเกิด ชรามรณะ โสกปริเทวทุกขโทมนัสอุปายาส ฯ  ตรงนี้แหละคือเกิดกาย

   ปฏิจจสมุปบาท จึงเป็นธรรมที่แยกออกเป็นสองส่วน  ส่วนแรก  เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงเกิดสังขาร  จนถึง เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยจึงเกิดภพ  ส่วนแรกนี้คือปัจจุบันขณะ  ที่เรากำลังนั่งอ่านกันอยู่นี่  และกิเลสตัณหา  คิดดีคิดเลว  ทำให้เกิดส่วนที่สองคือ เพราะภพเป็นปัจจัยจึงเกิดชาติ เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงเกิด ชรามรณะ โสกปริเทวทุกขโทมนัสอุปายาส  นี่คือส่วนสองที่เกิดเป็นกาย โดยสืบเนื่องมาจากกิเลสตัณหาและผลกรรมที่เกิดจากส่วนแรก

   นี่คือการอธิบาย ปฏิจจสมุปบาท ตามที่เข้าใจ  ไม่ยืนยันว่าถูกต้อง เพราะพระอานนท์ฟังพระพุทธเจ้าสอนเรื่องนี้ก็อุทานว่า

   ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีมา ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ปฏิจจสมุปบาทนี้ลึกซึ้งสุดประมาณ และปรากฏเป็นของลึก ก็แหละถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ยังปรากฏแก่ข้าพระองค์ เหมือนเป็นของตื้นนัก ฯ

   แต่ พระพุทธเจ้าปรามว่า

    เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ ปฏิจจสมุปบาทนี้ ลึกซึ้งสุดประมาณและปรากฏเป็นของลึก ดูกรอานนท์ เพราะไม่รู้จริง เพราะไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมอันนี้ หมู่สัตว์นี้ จึงเกิดเป็นผู้ยุ่งประดุจด้ายของช่างหูก เกิดเป็นปมประหนึ่งกระจุกด้าย เป็นผู้เกิดมาเหมือนหญ้ามุงกระต่ายและหญ้าปล้อง จึงไม่พ้นอุบาย ทุคติ วินิบาต สงสาร

Please log in or register to answer this question.

3 Answers

+4 votes
answered Jan 29, 2015 by ลิง (66,400 points)
ชอบอ่านตรง พุทธวจนะ

ขอบคุณค่ะ
+3 votes
answered Jan 29, 2015 by ครูแก่ (783,290 points)
อ่านจบตามนี้แล้วก็พอจะเข้าใจ

ขอบคุณครับ
0 votes
answered Jan 30, 2015 by Pa-Mok (893,290 points)
ผมมาขอปูเสื่อรอรับข้อมูลครับ

เพราะด้อยด้วยปัญญากับเรื่องทางธรรม....ขอบคุณครับผม
ยินดีต้อนรับสู่ AnswerThai.com เว็บไซต์สำหรับ ถาม-ตอบ แบบง่ายๆสำหรับทุกคนที่มีคำถามคาใจครับ
...